health 221125
อย่าชะล่าใจ “ปวดหลังร้าวลงขา” สัญญาณเตือน “ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้

อาการ "ปวดหลัง" อาจฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิ
รู้จัก "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" ตัวการของอาการปวดหลังร้าวลงขา
อาการปวดหลังร้าวลงขา คืออาการปวดแปลบเหมือนไฟช็อต แสบร้อน หรือชาตามแนวขา ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม กระดูกงอกผิดปกติ ช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบ หรือกล้ามเนื้อสะโพกกดทับเส้ นประสาท แต่สาเหตุที่พบบ่อยและมีความรุ นแรงมากที่สุดคือ "ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้ นประสาท" ภาวะนี้เกิดจากความผิดปกติ ของหมอนรองกระดูกบริเวณสันหลัง ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อคล้ายเบาะคั่ นระหว่างกระดูกแต่ละข้อ ทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกและช่ วยให้กระดูกสันหลังเคลื่ อนไหวได้อย่างยืดหยุ่น เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อมหรื อเคลื่อนออกจากตำแหน่ง จึงอาจไปกดทับเส้ นประสาทและทำให้เกิดอาการปวดร้ าวลงขาได้
ชาวออฟฟิศนั่งติดคอม ติดโผกลุ่มเสี่ยง “ทำร้ายหมอนรองกระดูกสันหลัง” ไม่รู้ตัว
แม้อาการปวดหลังร้าวลงขาจะเกิ ดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวั นบางอย่างอาจสร้ างแรงกดและภาระต่อกระดูกสันหลั งและหมอนรองกระดูกอย่างต่อเนื่ อง จนเกิดความเสื่อมตามมา โดยกลุ่มเสี่ยงที่มักมีพฤติ กรรมลักษณะนี้ ได้แก่ พนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งท่าเดิ มเป็นเวลานาน ผู้ใช้แรงงานหรือผู้ที่ยกของหนั กเป็นประจำ นักกีฬาที่ต้องใช้แรงมาก ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ผู้สูงอายุที่กระดูกสันหลังเริ่ มเสื่อม รวมถึงผู้ที่นั่งหลังงอ ก้มตัวบ่อย ๆ
อาการปวดหลังร้าวลงขา คืออาการปวดแปลบเหมือนไฟช็อต แสบร้อน หรือชาตามแนวขา ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม กระดูกงอกผิดปกติ ช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบ หรือกล้ามเนื้อสะโพกกดทับเส้
ชาวออฟฟิศนั่งติดคอม ติดโผกลุ่มเสี่ยง “ทำร้ายหมอนรองกระดูกสันหลัง” ไม่รู้ตัว
แม้อาการปวดหลังร้าวลงขาจะเกิ
สัญญาณเตือน “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” ปล่อยไว้อาจถึงขั้นพิการ
อาการปวดหลังร้าวลงขาอาจทุ
ทางออกของคนปวดหลังร้าวลงขา รักษาอย่างไรให้ตรงจุด
แนวทางการรักษาอาการปวดหลังร้

สร้างเกราะกันปวดกระดูกสันหลั งง่าย ๆ ด้วยการปรับพฤติกรรม
แม้เทคโนโลยีการรักษาจะก้าวหน้ าไปมาก แต่การป้องกันไม่ให้เกิดโรคตั้ งแต่แรกถือเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยเริ่มจากการคุมน้ำหนักให้อยู่ ในเกณฑ์เพื่อลดแรงกดทับต่ อหมอนรองกระดูก หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยื นนานโดยไม่เปลี่ยนท่า และออกกำลังกายเสริมความแข็ งแรงของกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้ อง เช่น ท่า Bridge หรือ Plank นอกจากนี้ควรยกของให้ถูกท่า โดย “ย่อเข่า” แทนการ “ก้มหลัง” และเลือกใช้ที่นอนหรือหมอนที่ช่ วยพยุงแนวกระดูกได้ดี นพ.วรายุทธ แสงสุวรรณ อธิบายเพิ่มเติมว่า “สำหรับชาวออฟฟิศซึ่งเป็นกลุ่ มเสี่ยง ควรปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ลุกยืดเส้นทุก 30–60 นาที ปรับท่านั่งให้หลังตรงและวางเท้ าราบกับพื้น หมั่นยืดกล้ามเนื้อหลั งและขาระหว่างวัน หากเริ่มรู้สึกปวดอย่าฝืน ควรพักหรือลุกเดินเปลี่ยนอิริ ยาบถ และควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่ดีต่ อสุขภาพหลัง เช่น เก้าอี้ที่รองรับแนวโค้ งธรรมชาติของกระดูกสันหลัง (Lumbar Support)”
“หัวใจสำคัญคืออย่ามองว่ าอาการปวดหลังร้าวลงขาเป็นเรื่ องเล็ก หรือคิดว่าเดี๋ยวก็คงหายเอง เพราะมันคือสัญญาณเตือนว่าเส้ นประสาทกำลังถูกทำร้าย ดังนั้นหากมีอาการปวดจึงอยากให้ รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉั ยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้รักษาได้ง่ายขึ้น ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างไม่ต้ องกังวล” นพ.วรายุทธ แสงสุวรรณ กล่าวทิ้งท้าย
ผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์ โรงพยาบาลวิมุต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนั ดหมายแพทย์ได้ที่ศูนย์กระดู กและข้อ ชั้น 4 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 20:00 น. โทร. 02-079-0060 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์
แม้เทคโนโลยีการรักษาจะก้าวหน้
“หัวใจสำคัญคืออย่ามองว่
ผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์