kpi 281125
ปกส.2 สถาบันพระปกเกล้า ศึกษาดูงาน "สถานีวัดความสั่นสะเทือน"
ชี้ "โครงข่ายโทรคมนาคม" คือหัวใจบูรณาการเทคโนโลยีสู้ภัยพิบัติ

28 พฤศจิกายน 2568 คณะผู้บริหารและนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร การบริหาร การกำกับดูแลและพัฒนากฎหมายกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ปกส.) รุ่นที่ 2 สถาบันพระปกเกล้า นำโดย นางธนิษฐา สุขะวัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักฝึกอบรมและพัฒนาทุนมนุษย์ ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ สถานีวัดความสั่นสะเทือน กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมรับฟังการบรรยายเรื่อง การบูรณาการเทคโนโลยีการสื่อสารกับระบบตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนและสึนามิ และ การพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยสาธารณะผ่านโครงข่ายสื่อสาร โดยในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก พล.ร.ต.อานนท์ วายวานนท์ ที่ปรึกษาทางเทคนิค และ น.อ.พัลลภ พยัคเลิศ ร.น. หัวหน้าสถานีวัดความสั่นสะเทือน ให้การต้อนรับ
การศึกษาดูงานในครั้งนี้ คณะนักศึกษาได้ความรู้เชิงลึกที่เชื่อมโยงโดยตรงกับภารกิจในด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กล่าวคือ ระบบการเฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติของประเทศนั้นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเนื้อเดียวของเทคโนโลยีสื่อสารทุกแขนง
โครงข่ายโทรคมนาคมได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นหัวใจสำคัญสำหรับขั้นตอนการรับข้อมูลการตรวจวัดภัยพิบัติ โดยระบบตรวจวัดแรงสั่นสะเทือน (Seismic Sensors) และทุ่นตรวจวัดสึนามิ (DART Buoys) จำเป็นต้องใช้โครงข่ายที่เสถียรและมีความเร็วสูง เช่น การสื่อสารผ่านดาวเทียม หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อส่งข้อมูลสำคัญมายังศูนย์วิเคราะห์ได้อย่างทันเวลา ซึ่งความรวดเร็วในการส่งผ่านข้อมูลนี้เองคือปัจจัยชี้ขาดในการออกคำเตือนภัยล่วงหน้า นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี Cell Broadcast Service (CBS) ซึ่งทำงานผ่านโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำให้สามารถส่งข้อความเตือนภัยฉุกเฉินถึงมือถือของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและพร้อมกันในวงจำกัด โดยไม่ได้รับผลกระทบจากความหนาแน่นของการใช้งานเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่โครงข่ายโทรคมนาคมอาจล้มเหลวจากภัยพิบัติ ระบบได้ถูกบูรณาการเพื่อให้สามารถ ตัดเข้าสู่สัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน (EAS) เพื่อถ่ายทอดข้อความเตือนภัยและข้อมูลแนะนำไปยังประชาชนได้อย่างทันท่วงทีผ่านทั้งคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์รับสัญญาณที่เข้าถึงได้ง่ายและใช้พลังงานต่ำ รวมไปถึงโครงข่ายสื่อสารยังทำหน้าที่ในการสั่งการและควบคุม หอเตือนภัย ในพื้นที่เสี่ยงให้ส่งสัญญาณเสียงเตือนและข้อความเสียงออกสู่สาธารณะได้อย่างพร้อมเพรียง
การศึกษาดูงาน ณ สถานีวัดความสั่นสะเทือน กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ทำให้คณะนักศึกษาได้เห็นถึงเอกภาพของระบบเตือนภัย โดยมีโทรคมนาคมเป็นผู้นำข้อมูลและแจ้งเตือนที่ครอบคลุมในวงกว้าง ทั้งหมดนี้คือการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อยกระดับความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติและประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันเป็นภารกิจหลักที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสนับสนุนและพัฒนาต่อไป









