The Thai Veterans Day_03021
พลีเลือดเนื้อ เพื่อแผ่นดิน
รอยจารึกเกียรติยศของนักรบผู้กล้า "ร้อยตรี สุชาติ คะเน"
ในหน้าประวัติศาสตร์การสู้รบของไทย ความกล้าหาญมักถูกสลักไว้บนร่างกายของเหล่าทหารหาญ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ ร้อยตรี สุชาติ คะเน ทหารผ่านศึกพิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ บัตรชั้นที่ 1 อดีตทหารผู้ผ่านสมรภูมิเลือดอย่างโชกโชน ชายที่พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้ร่างกายจะได้รับบาดเจ็บจนเปลี่ยนไป แต่ "จิตวิญญาณแห่งความรักชาติ" ยังคงแกร่งกล้าไม่เคยลดน้อยลง

จากลูกชาวบ้าน สู่ "ทหารพราน" กลางสนามรบ
เส้นทางของ ร.ต.สุชาติ เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2519 ในฐานะ "ทหารพราน" นักรบชุดดำที่ต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงในพื้นที่สีแดงเข้ม ด้วยความมุ่งมั่นเขาได้บรรจุเป็นทหารหลักที่ ร.25 พัน.1 ค่ายเขตอุดมศักดิ์ ในปี พ.ศ. 2525
13 มีนาคม พ.ศ. 2527 วินาทีที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล
บ่ายคล้อยของวันที่ 13 มีนาคม บนสันเขาพับผ้า (สันเย็น) กลิ่นควันปืนและเสียงระเบิดดังระงมเมื่อชุดลาดตระเวนปะทะกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในเหตุการณ์นั้นมีการสูญเสียเพื่อนร่วมรบ และ ร.ต.สุชาติ คือหนึ่งในผู้บาดเจ็บสาหัส
"แขนของผมพังยับเยิน หมอต้องใส่เหล็กไว้ถึง 18 ตัว เพื่อยึดประคองไว้ ผมไม่สามารถเหยียดแขนได้ปกติเหมือนเดิมตั้งแต่วันนั้น..."
ความเจ็บปวดทางกายส่งผลลามไปถึงสภาพจิตใจ ในตอนที่นอนพักรักษาตัวอยู่ ความท้อแท้กัดกินหัวใจจนเขาเกือบจะถอดใจจากทุกอย่าง
มือที่ยื่นมา... ในวันที่โลกมืดมน
อย่างไรก็ตาม กองทัพไทยและมูลนิธิสายใจไทย ไม่เคยปล่อยให้ "ผู้กล้า" ต้องเดียวดาย ร.ต.สุชาติ เล่าด้วยความตื้นตันว่าเขาได้รับโอกาสให้กลับมามีที่ยืนในสังคมอีกครั้ง
เขาทุ่มเททำงานให้กับ มูลนิธิสายใจไทย และต่อมาที่ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก รวมระยะเวลากว่า 28 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าความพิการไม่ใช่รอยด่างพร้อย แต่มันคือ "เครื่องหมาย" ของความเสียสละที่หน่วยงานต้นสังกัดพร้อมจะโอบอุ้มและดูแล
มรดกทางความคิด: "ถ้าไม่เป็นทหาร ก็ไม่ต้องเป็นคนไทย"
เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้ยอมสละได้แม้กระทั่งร่างกาย ร.ต.สุชาติ ย้อนนึกถึงคำสอนของผู้เป็นพ่อที่ฝังรากลึกในใจ
"พ่อบอกผมว่า ถ้าไม่เป็นทหาร ก็ไม่ต้องเป็นคนไทย ผมภูมิใจที่เกิดบนแผ่นดินนี้ และการได้ใช้อุดมการณ์ปกป้องบ้านเมืองให้ลูกหลาน คือการตอบแทนบุญคุณที่สูงสุดแล้ว"
ข้อความถึงคนรุ่นใหม่ เกียรติยศที่เงินซื้อไม่ได้
ก่อนจากกัน ร.ต.สุชาติ ได้ฝากแง่คิดถึงเยาวชนและคนรุ่นใหม่ไว้อย่างน่าสนใจว่า
-
ความกตัญญูต่อแผ่นดิน: เกิดบนแผ่นดินไทย ต้องไม่ทรยศชาติ
-
เกียรติของพลทหาร: แม้จะเป็นเพียงพลทหาร แต่คุณคือ 1 ใน 60 ล้านคนที่ทำหน้าที่รักษาอธิปไตย
-
ความภาคภูมิใจ: ความเป็นทหารมีศักดิ์ศรีที่กินใจและจะติดตัวเราไปจนวันตาย
บทสรุป
เรื่องราวของ ร.ต.สุชาติ คะเน ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของทหารผ่านศึกคนหนึ่ง แต่เป็นประจักษ์พยานของความภักดีและการดูแลกันอย่างไม่ทอดทิ้งของพี่น้องกองทัพไทย ที่จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่หัวใจรักชาติสืบต่อไป

